ศูนย์วิจัยพืชสวนหนองคาย

นอกจากจะเป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัด หรือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว จังหวัดหนองคายแห่งนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการศึกษาและอนุรักษ์อีกด้วย สำหรับศูนย์วิจัยพืชสวนหนองคายเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ทั่วบริเวณ ได้แก่ แปลงไม้ผล มีทุเรียน มังคุด ลองกอง มะม่วงหิมพานต์

รวมทั้งพันธุ์ไม้พื้นบ้านที่ได้อนุรักษ์ไว้ เช่น ต้นมะเกี๋ยงที่นำไปทำไวน์ และน้ำมะเกี๋ยง แปลงผักพื้นบ้านที่ชาวอีสานนิยมนำไปจิ้มน้ำพริก แนมลาบ เช่น กระเจียว ผักกาดย่า ส้มโมง ผักหวานป่า แปลงรวบรวมพันธุ์ไม้หอมกว่า 100 ชนิด และสมุนไพรพื้นถิ่นภาคอีสาน ในช่วงฤดูหนาวมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวสีสันสวยงามด้วย นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งเมตร เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำโขงจึงทำให้เป็นเขตที่มีความชุ่มชื้นสูงหลากหลายไปด้วยพันธุ์ไม้ที่ทดลองปลูก ซึ่งแต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า อยู่ในความดูแลของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งต่อมาได้อนุญาตให้กรมวิชาการเกษตรเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์วิจัยการเกษตร ทำการทดสอบพันธุ์พืช ทำการวิจัยด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาผลการวิจัยให้ออกไปสู่เกษตรกรโดยรอบ กรมวิชาการเกษตรจึงเข้ามาดำเนินการจัดตั้งให้เป็นแปลงทดลองพืชสวนราวปี พ.ศ. 2530 ทำการค้นคว้าวิจัยการเกษตรเรื่อยมา จนปัจจุบันมีฐานะเป็นศูนย์วิจัยพืชสวนหนองคายมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 947 ไร่ ผลงานของศูนย์วิจัยพืชสวนหนองคายที่ผ่านมา คือการศึกษาพันธุ์มะเขือเทศสำหรับส่งโรงงานทำซอส ซึ่งได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบพันธุ์ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาหลายปี เพื่อหาสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงที่สุด จะได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต่อไป นอกจากนี้ก็ได้ทำการทดสอบพันธุ์มุงคุด และลองกองสำหรับปลูกในภูมิภาคนี้ พบว่ามีแนวโน้มที่จะปลูกในภาคอีสานได้ดี นอกจากนี้ศูนย์ฯ ยังได้ทดลองทำการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรหลายชนิด เช่น น้ำฝรั่ง น้ำตะไคร้ น้ำแพสชั่นฟรุท มะเขือเทศ มะละกอแช่อิ่ม นักท่องเที่ยวสามารถขอชิมน้ำผลไม้ชนิดต่าง ๆ ได้ที่อาคารที่ทำการศูนย์ฯ สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเข้าเยี่ยมชมศูนย์วิจัยแห่งนี้นั้น ทางศูนย์จะเปิดทำการให้เข้าเยี่ยมชมได้ในเวลา 08.30 – 16.30 น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand