Close

ก.ท่องเที่ยวฯ ร่วมมือ อพท.พัฒนาศักยภาพเมืองรอง ดัน นทท. 10 ล้านคน เข้าเมืองรอง

ก.ท่องเที่ยวฯ ร่วมมือ อพท.พัฒนาศักยภาพเมืองรอง ดัน นทท. 10 ล้านคน เข้าเมืองรองปี 61 เพิ่มรายได้ 1 หมื่นล้าน ลงเศรษฐกิจฐานราก

นาย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ปี 2561กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเร่งดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการของรัฐบาลในการเสริมสร้างและยกระดับฐานรากเรื่องของการท่องเที่ยวให้เข้มแข็งและก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจกระจายรายได้จากเมืองหลักสู่เมืองรองลดความเหลื่อมล้ำ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน อาทิ กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เป็นต้น ในการใช้เครื่องมือการท่องเที่ยวให้เกิดความครอบคลุมและทั่วถึง โดยเชื่อมโยงชุมชนให้มีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในด้านต่างๆ สอดคล้องในภาพรวมของนโยบายรัฐบาลในการกระจายรายได้สู่ชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเสนอมาตรการการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและชุมชน เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากเพิ่มขึ้น คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินได้กว่า 10,000 ล้านบาท ในเศรษฐกิจรากหญ้า และจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองรองจำนวนกว่า 10 ล้านคน ในปี 2561

เพื่อยกระดับในแต่ละจังหวัด แต่ละชุมชนให้มีมาตรฐานสากล Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC) จึงได้มีการคัดกรองชุมชนเป้าหมายใน 8 เขตพัฒนาการท่องเที่ยว จำนวน 168 ชุมชน แบ่งเป็น ชุมชนระดับ A ที่มีความพร้อมในการเชื่อมโยงและส่งเสริมการตลาด จำนวน 25 ชุมชน

ชุมชนระดับ B ที่สามารถพัฒนาเพื่อเป็นชุมชนต้นแบบและพี่เลี้ยงของแต่ละจังหวัดได้ จำนวน 69 ชุมชน

ชุมชนระดับ C ที่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การยกระดับเป็นต้นแบบในปีต่อไป จำนวน 66 ชุมชน

และอยู่ระหว่างการสำรวจอีก 8 ชุมชน โดยในจำนวน 168 ชุมชน เป้าหมายที่มีการคัดกรองแล้วประกอบด้วยชุมชนในภาคตะวันออกจำนวน 28 ชุมชน แบ่งเป็น ตราด จำนวน 12 ชุมชน / จันทบุรี 3 ชุมชน / ระยอง 3 ชุมชน และชลบุรี 10 ชุมชน มีการลงพื้นที่เมืองหลัก-เมืองรองอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการส่งเสริมที่มุ่งเน้นด้านอุปสงค์ (Demand Side) และด้านอุปทานของการท่องเที่ยว (Supply Side) เพื่อการท่องเที่ยวอย่างสมดุล

พร้อมส่งเสริม “ปราชญ์ชาวบ้าน” เป็นบุคคลที่เรียกว่า “มัคคุเทศก์ท้องถิ่น” ให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับชุมชนในท้องถิ่น มีการดำเนินการจัดทำเกณฑ์การประเมินพื้นที่ เพื่อกำหนดเขตพื้นที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นหรือชุมชนฯ และผลักดันโครงการเชฟชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการดำเนินนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มวัตถุดิบและยกระดับมาตรฐานอาหารไทยจากระดับชุมชนรวมทั้งสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย.-สำนักข่าวไทย